กระดานอัพเดท

กรกฎาคม 62
- พายุฤดูร้อนมาแล้ว ฝนตกทุกวันเลย ระวังป่วยกันนะ
- อานิสงฆ์ของฝนตกคือต้นไม้ที่ปลูกไว้โตไว รวมถึงวัชพืชด้วย 555

*** กำลังวางแผนอะไรบางอย่างให้กับชีวิต อยากให้มีใครสักคนมาอยู่ในแผนไวๆ จัง

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

10 อาชีพที่เน้นทักษะ ที่สามารถทำรายได้สูงสุดในยุคนี้

10 อาชีพที่เน้นทักษะ ที่สามารถทำรายได้สูงสุดในยุคนี้

ในอนาคต ความเป็น "อาชีพ" จะเปลี่ยนแปลงไปในสังคม
คำว่า อาชีพที่ทำเป็นงานประจำแบบรูทีน (เดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ทำซ้ำๆ ทุกวัน) จะค่อยๆ ลดบทบาทลง

ส่วนอาชีพที่จะมามีบทบาทมากขึ้นก็คือ อาชีพที่เน้นใช้ "ทักษะ" ที่มีมากกว่าในบทเรียนในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย   เป็นอาชีพที่น่าส่งลูกเรียนไงหล่ะครับ "คุณพ่อ-คุณแม่ น่าจะโฟกัสเรื่องนี้เอาไว้นะ"

และอาชีพที่ใช้ "ทักษะ" เหล่านั้น ไม่ได้เป็นอาชีพในแบบเดิมที่แบ่งกันทั่วไป เช่น หมอ, พยาบาล, วิศวกร, แอร์โฮสเตส หรือกัปตันเครื่องบิน



สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในยุคต่อไป  
'เส้นแบ่ง "รายได้" จาก "อาชีพ" จะหายไป
และ สิ่งที่เอามาใช้แบ่ง "รายได้" คือ 'ทักษะ'
-- ใช่!! รายได้ของคนยุคต่อไปจะถูกแบ่งจาก 'ทักษะ' ไม่ใช่ 'อาชีพ' ดังนี้

ประสบการณ์จะก่อเกิดทักษะ
  1. ทักษะการใช้ภาษาที่สาม
    ..ยุคก่อนเขาให้ค่าคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ แต่วันนี้ภาษาอังกฤษเป็นเพียงพื้นฐานที่ต้องมี ..เขาจึงให้ค่าภาษาที่สาม

    EXP : เวลาเราเดินทางท่องเที่ยวก็เช่นกัน ทั้งเมืองไทย-เมืองนอก ทั้งการอ่านเอกสาร, การพูด การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ ผู้คน แรกๆ ก็ไม่ชำนาญ...สมัยนี้ก็มีโปรแกรมแปลภาษาบนมือถือ  เป็นทักษะที่จะได้ใช้บ่อยมาก ว่ามั้ย
    -----
  2. ทักษะการทำงานร่วมกับมนุษย์
    ..ยุคนี้คนคุ้นเคยกับเครื่องจักรมากกว่ามนุษย์ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเข้าถึงมากขึ้น ทำให้ทักษะการทำงานปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ดูเหมือนจะลดน้อยลง .... นั่นแหล่ะครับ จึงทำให้ปฏิสัมพันธ์ต่อกันมีค่ามากขึ้น เคยได้ยินมั้ยว่า ในการทำงาน สิ่งที่จัดการยากที่สุดไม่ใช่งาน แต่เป็น "คน" นั่นเอง

    EXP : เพราะคน เป็นสิ่งมีชีวิตที่หลากหลาย เราจึงต้องเรียนรู้และเข้าใจ ทั้งเข้าใจในทักษะการสื่อสาร, การพิจารณาภาวะอารมณ์, การให้กำลังใจ รวมไปถึงการกระตุ้นให้พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    -----
  3. ทักษะความเชี่ยวชาญ
    ..ยุคปัจจุบัน คนไม่ได้ทำงานในสาขาที่ได้ร่ำเรียนมากันมากนัก อาจเป็นเพราะ แต่ละคนค้นพบอะไรดีๆ ในตัวเองที่ต่างกัน บางคนค้นพบเร็ว หรือบางคนยังไม่ค้นพบเลยก็เป็นได้ ......ดังนั้น การเรียนสาขาไหน ก็ไม่สำคัญเท่ากับ "เชี่ยวชาญ" อะไร ดังนั้น ยิ่งเชี่ยวชาญมาก "รายได้" ยิ่งเพิ่มมาก
    -----
  4. ทักษะความเป็นผู้นำ
    ..เป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวเองทุกคน แต่อาจจะยังไม่ค้นพบ หรือไม่ค่อยยอมงัดออกมาใช้ง่ายๆ  ในสังคมเรา...หลายๆคนมีความกลัวว่า หากเป็นผู้นำ...ก็จะเหนื่อย ต้องจัดการโน่นนี่เยอะไปหมด 
    ..ดังนั้น สังคมยุคนี้จึงเต็มไปด้วยผู้ตาม เราถูกสอนให้คิดตาม ทำตาม เดินตาม
    ..วันนี้บริษัท/องค์กรต่างๆ จึงควรหันมาให้รางวัลกับคนที่กล้าเดินนำ คิดนำ
    องค์กรนั้นๆ ก็จะสามารถพัฒนาบุคลากรที่จะมาเป็น New Generation ต่อไปได้
    -----
  5. ทักษะการใช้ออนไลน์
    ..ยุคดิจิตอลนี้ ใครไม่รู้จัก Internet หรือ Online Marketing คนนั้นเชย ตกยุค โบ(ราณ) หรือหลังเขา เต่าล้านปี (ว่ากันยังงี้)
    ..พูดถึงออนไลน์ คือ การทำงานบนโลก Internet ทำให้ได้พบกับผู้คนมากมาย หลากหลาย ทั่วโลก เหมือนที่คนพูดกันว่า "โลกไซเบอร์" แน่นอนว่า...Internet Online เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ประหยัดต้นทุน และยังเพิ่มโอกาสในทุกงานที่ทำได้มากเลยทีเดียว
    -----
  6. ทักษะการพูดในที่สาธารณะ
    ..หลายคน อายที่จะต้องออกไปพูดหน้าห้อง หน้าเวที งั้น...ให้ลองนึกถึงตอนเรียน เราจำเป็นต้องพรีเซนต์งานให้เพื่อนฟังหน้าห้อง จริงมั้ย..... นี่สำคัญเลยทีเดียว
    ...หลายคนรู้สึกว่า มันช่างเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดเสียจริง แต่...ทักษะนี้ เป็นทักษะที่ต้องผสานไปด้วยความมั่นใจจากความชำนาญและเนื้อหาที่จะพูด  แน่นอนครับว่า....เราฝึกฝนได้ และมันจะแยกเราให้แตกต่างจากคนอื่นอีกเป็นล้านคน
    -----
  7. ทักษะการพัฒนาความรู้ตัวเอง
    ..การเรียนรู้นั้นไม่สิ้นสุด แม้แต่ อัลเบิร์ตไอน์สไตน์ ก็ไม่หยุดเรียนรู้
    ..ปกติแล้วคนทั่วไปเมื่อเรียนจบจะหยุดเรียนรู้ทันที อารมณ์ว่าได้ปลดปล่อยภาระที่แสนจะกดดันแล้ว..ดีใจจะตาย
    แต่หารู้ไม่ว่า....แม้แต่ โทรศัพท์มือถือ smartphone, notebook ของคุณก็จำเป็นต้องมีการเรียนรู้ นั่นคือ ต้องมีการ upgrade software firmware , เปลี่ยน version ของ Line ให้ล้ำ, Facebook ก็เพิ่ม Feather ใหม่ๆ  คงไม่มีใครกล้าบอกว่า ยังใช้โทรศัพท์โบราณยุคอาม่า ที่ทำได้แค่โทร-รับ อย่างเดียวแล้ว

    ...แน่นอนว่า ทักษะด้านอื่นๆ ก็เช่นกัน อะไรที่ใหม่วันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่าแล้ว ฉะนั้น เราต้องเรียนรู้ต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด  เพื่อใครหล่ะ .....ส่องกระจกสิ เจอใครก็คนนั้นแหล่ะครับ
    -----
  8. ทักษะการขาย
    ..ทักษะนี้ ไม่เคยมีสอนในโรงเรียน แต่กลับเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด ในการทำงานหาเงิน

    บางคนปฏิเสธคอเป็นเอ็นเลยทีเดียว "ไม่ชอบการขาย" แต่จริงๆ แล้วต้องมาตรองกันครับ

    • สมัยเรียน คุณเคยทำรายงานมั้ย? นั่นแหล่ะครับ การขาย...ขายความรู้ที่ได้เรียนมาสู่อาจารย์ในรูปแบบของ รายงาน, สารนิพนธ์, วิทยานิพนธ์
    • กับเพื่อน คุณเคยเป็นตัวตั้งตัวตีชวนเพื่อนทำกิจกรรมมั้ย, ซื้อขนมแบบที่เพื่อนชอบมาให้, หาร้านอาหารอร่อยๆ หรือที่เที่ยวเจ๋งๆ มาชวนเพื่อนมั้ย ....นั่นแหล่ะครับ การขาย
    • กับหัวหน้างาน คุณเคยส่งงานหัวหน้าใช่มั้ย, คุณเคยได้รับคำชมมั้ย
    • ถ้าทำงานบริการ คุณเคยได้รับคำชม คำขอบคุณจากลูกค้าที่เข้ามาติดต่อมั้ย ...นั่นแหล่ะครับ การขาย

      หลายคนยังคงปฏิเสธอยู่ แต่อย่างไรก็ดี เราก็หนีไม่พ้นครับ  งานขายมีหลายแบบ และแฝงอยู่ในทุกๆ กิจกรรมของเราทั้งสิ้น ไม่ว่าจะขายสินค้า, ขายบริการ หรือขายความสามารถ ทุกอย่างคือการขายทั้งสิ้น  << ขายแล้วซื้อ ก็แปลว่า สำเร็จ >>

    และคนฉลาด ก็จะฝึกขายตั้งแต่ยังเด็ก ขายไปเรื่อยๆ ให้มันซึมซาบเข้าเส้น

    -----
  9. ทักษะการฟัง
    ..สิ่งที่คนส่วนใหญ่ขาด ในยุคนี้คือ "ความสามารถในการฟัง"
    ..ไม่มีใครทนฟังใครแล้ว ทุกคนตั้งใจแต่จะพูดในสิ่งที่ตนต้องการ และเลือกไม่ฟังในสิ่งที่คนอื่นพูด หรืออารมณ์ฟังไปงั้นๆ ไม่ได้ใส่ใจ

    ดังนั้น การตั้งใจฟัง จึงเป็นทักษะที่สร้างเสน่ห์ แสดงถึงความสนใจ ใส่ใจ และจะนำมาซึ่งความโดดเด่นให้คนที่รู้จักฟัง นั่นก็คือ การได้รู้ วิเคราะห์ และฟีดแบ็ก (feedback) ได้ตรงจุดนั่นเอง
    -----
  10. ทักษะการตั้งเป้าหมายการเงิน
    ..ทักษะนี้ ก็ไม่เคยมีสอนในโรงเรียนเช่นกัน
    คนส่วนใหญ่หลังจากเรียนจบมา ก็มุ่งทำงานตามอาชีพที่ได้ร่ำเรียนมา ....แต่ไม่รู้วิธีตั้งเป้าหมายการเงินเลย  ..หลายคน...คิดว่าทำงานให้ดี เดี๋ยวการงานก้าวหน้า เงินก็จะมาเอง 

    แต่หารู้ไม่ มันคือส่วนหนึ่งของ กับดักมนุษย์เงินเดือนเลย เพราะการงานที่ดีขึ้นนำพามาพร้อมกับ

    • ภาระหน้าที่การงานที่หนักขึ้น
    • ความกดดันในหน้าที่มากขึ้น
    • การใช้พลังกายที่มากขึ้น และสุขภาพที่ถดถอยลง  
    • การใช้เวลางานกับเวลาส่วนตัวเริ่มจะไม่ Balance แล้ว เพราะเอางานกลับมาทำบ้าน ....ผมพูดถูกมั้ยครับ ผมก็เคยอยู่ในภาวะนั้น
    • รายจ่ายที่มากขึ้น ...ก็เพราะได้เงินเยอะขึ้นด้วย ....ใช่ครับ การปรนเปรอชีวิตของเราก็มากขึ้น ด้วยของใช้แบรนด์เนม , รถยนต์หรูๆ , กิน-ดื่ม ใช้จ่ายสุดโต่ง ซื้อโน่น นี่ นั่นฟุ่มเฟือย
    • ท้ายสุด สำคัญม๊ากกกก "สุขภาพ" เสียหาย เพราะเราหนีพันธะทางร่างกายไม่พ้น .... สุขภาพที่เสื่อมถอย...ก็เอาเงินไปให้หมอหมด...โรงพยาบาลก็กลายเป็นบ้านหลังที่ 2 ไปเสียแล้ว

หมดยุคที่การทำงานเรื่อยๆ จะพาเราไปสู่ชีวิตที่ดีแล้ว เพราะเป็นเส้นทางที่แสนยาวนาน
  • ยุคนี้ต้องฝึกตั้งเป้าหมายการเงินให้ตัวเองตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน และปรับเปลี่ยนเป้าหมายตามความจริง เช่น ภายใน 5 ปี จะออมในหุ้นให้มี Passive Income จากหุ้นที่ออมเดือนละ 20,000 บาท เป็นต้น
  • เพราะถ้าไม่ตั้งเป้าหมายการเงิน ภายใน 5 ปี คุณจะกลายเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกคนที่กำลังเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่หาทางใช้หนี้ ไม่ได้ ...มีของที่ไม่ได้อยากได้จริงๆ กองทิ้งเต็มบ้าน ..และไร้เป้าหมายในชีวิต !!
หรือยกตัวอย่างแบบง่ายๆ และใกล้ๆ ตัว ดูสักนิด
เช่น ตั้งเป้าหมายว่า ทำงานสัก...xx..ปี จะมีเงินเก็บ xxx บาท แล้วจะทำ xxx ต่อ เช่น
  • เก็บเงินปีละ 120,000 บาท (เดือนละ 10,000 บาท)
  • อยากทำงานสัก 10 ปี ก็จะมีเงินเก็บ 1,200,000 บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาท) 
  • และนำเงินเก็บนั้นไปต่อยอด เช่น  ซื้อทองคำ, ลงทุนหุ้น พันธบัตร, ซื้อที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ 
  • หรือเปิดธุรกิจในฝัน เป็นต้น


และอย่าลืม คำนวณภาวะเงินเฟ้อ ที่จะเกิดขึ้นด้วยนะ  นั่นก็คือ ราคาสินค้าจะแพงขึ้น ในขณะที่ค่าเงินเท่าเดิม (ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น แต่จริงๆ ค่าเงินเราน้อยลงๆ ทุกๆ ปี)

>>>> มาวางแผนทางการเงินกันเถอะ

เป็นเส้นทางที่โหดสัด!! แล้วจะหาทางออกอย่างไร ???
ก็ไม่ยากครับ ทางแก้ง่ายๆ ก็คือ เริ่มแก้ไขความคิดของคุณ(Mindset) ตั้งแต่วันนี้เลย ..เดินทีละก้าว แก้เลย เดินเลย

เครดิต : เสริมเพิ่มเติมจาก บทความของ ‪#‎ภาววิทย์กลิ่นประทุม‬

🔑🔑🔑🔑🔑🔑🔑🔑🔑

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น